วันพฤหัสบดีที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

คนดีเขาไม่ว่าใคร ...หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ




หลวงปู่ท่านมักกล่าวถึงมงคลที่สำคัญที่ท่านอยากให้ลูกศิษย์ได้นำไปปฏิบัติ คือ มงคล 38 ประการ มงคลที่ท่านพูดถึงบ่อย ๆ 
นั่นคือ สัมมาวาจาชอบ คือ พูดแต่สิ่งที่เป็นมงคล 
ท่านว่าคนส่วนมากมักสร้างกรรมทางวาจา เพราะกรรมนี้สร้างได้ง่าย 
แต่เขาไม่รู้หรอกว่าผลของกรรม เมื่อส่งผลจะร้ายแรงเพียงไร
คำพูดนั้นสำคัญมาก บางคนพูดไม่ดีกับผู้อื่น 
จนเป็นเหตุถึงโกรธเกลียดกันชั่วชีวิตก็มี 
บางรายคำพูดเพียงไม่กี่คำ ก็ทำให้ไม่พูดกันไปหลายปี 
คนส่วนมากที่ขึ้นโรงขึ้นศาล หรือทะเลาะกันจนไปถึงฆ่ากันตายก็เพราะคำพูดที่ไม่ดีนี่แหละ 
หลวงปู่ท่านสอนอยู่เสมอว่า อย่าไปพูดไม่ดีกับใครเขา 
ถ้ามีคนมาว่าหรือด่าเราแต่เราไม่ว่าหรือด่าเขาตอบมันก็จะไม่มีเรื่องกัน
แต่ถ้าแกไปด่าเขาเมื่อไรนั่นแหละเรื่องใหญ่ ท่านสอนศิษย์เสมอว่า 
อย่าไปพูดทำลายความหวังของใครเขา 
เพราะนั้นอาจจะเป็นความหวังเดียวที่เขามีอยู่ 
ถ้าแกไปพูดเข้าเมื่อไหร่กรรมใหญ่จะตกแก่ตนเอง 
ท่านบอกไว้อีกว่า คนที่ชอบด่าหรือใส่ร้ายผู้อื่นรวมไปถึงการพูดไม่ดีต่าง ๆ กับคนอื่นนั้น กรรมจะมาเร็วมาก 
เขาผู้นั้นจะเป็นคนที่มีศัตรูทั้งภายนอกและภายใน 
ไม่เป็นที่รักของคนทั่วไป ตรงกันข้ามกับเป็นคนที่น่ารังเกียจ
แก่คนทั้งหลาย กรรมนี้จะทำให้เขามีเรื่องและเดือดร้อนอยู่เสมอ ๆ 
ทั้งทางกายและทางใจ บางคนทำกรรมนี้ไปเรื่อย ๆ อย่างไม่รู้ตัว 
พอกรรมดีที่ตนเคยสร้างมาแต่ปางก่อนหมดหรือเหลือน้อยลง 
กรรมชั่วที่สร้างนี้ก็จะสนองเขาอย่างหนักทั้งในภพนี้และภพหน้า 
ในภพนี้เวลาที่กรรมดีแต่ปางก่อนจะส่งผลให้มีความสุขหรือมีโชคลาภ 
กรรมชั่วก็จะเข้ามาตัดรอนกรรมดี เหมือนอย่างเขาผู้นั้น
ซื้อหวยเลข 56 หวยก็จะออกเลข 55 หรือ 57 บางที
ก็ติดต่อการค้าหรืองานต่าง ๆ มองเห็นอยู่ว่างานนี้ได้แน่นอน 
แต่พอถึงเวลาก็ไปไม่ทันบ้าง ไปแล้วไม่เจอหรือมีเหตุต่าง ๆ 
มาทำให้มีอุปสรรคอยู่เสมอ ๆ 
ซึ่งที่จริงแล้วผู้นั้นจะมีโชคที่ควรได้ประมาณเป็นล้าน ๆ เขาก็
จะได้แค่หมื่นสองหมื่นหรือโชคครั้งนี้จะได้หลายหมื่น
แต่เขากับได้เพียงไม่กี่พันบาทหรือเพียงได้ไม่กี่ร้อยเท่านั้นเอง 
นี้เป็นเพราะกรรมชั่วเข้ามาตัดรอนกรรมดี
และรวมถึงญาติพี่น้องลูกหลาน เขาเหล่านั้นก็จะทำความ
เดือดร้อนเสียหายมาให้ มีพี่น้องหรือญาติไปจนถึงเพื่อนฝูง 
ก็จะโกงทรัพย์สินเงินทองของเราบ้าง 
บางครั้งก็พูดใส่ร้ายให้โทษ ด่าว่าทะเลาะวิวาท 
ทำให้เราไม่สบายกายและสบายใจเป็นอย่างมาก 
มีเรื่องเดือดร้อนต่าง ๆ อยู่ตลอดเวลาอย่างไม่จบสิ้น
มีลูกหลานก็จะดื้อด้าน ว่านอนสอนยาก ทำความเดือดร้อน
ให้เสียเงินทองอยู่มิได้ขาด ว่ากล่าวลูกหลานไม่เชื่อฟัง 
ไม่เคารพนับถือ ลูกหลานบางคนก็จะอกตัญญูตนเองมัก
จะเดือดร้อนด้วยการเป็นโรคร้ายที่รักษายากหรือรักษาไม่หาย 
เช่น อัมพฤต อัมพาต มะเร็ง เบาหวาน โรคหัวใจ และโรคร้ายต่าง ๆ 
อีกมากมายหลายชนิด 
หลวงปู่ท่านบอกไว้ว่า กรรมทางวาจามีร้ายแรงมาก 
การที่เราพูดใส่ร้ายหรือพูดไม่ดีจนทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนและเสียใจ
หรือไปพูดทำลายความหวังต่าง ๆ ของเขาถ้ารู้ตัวให้หยุดเสีย

ถ้าไม่หยุดหรือเลิกทำเสียกรรมไม่สนองแต่ในชาตินี้ 
พอตายลงไปยังต้องไปใช้กรรมยังนรกตามขุมต่าง ๆ อีก 
ท่านจะพูดและสอนศิษย์อยู่เสมอว่า "คนดีเขาไม่ตีใคร" 
ความหมายว่าคนดีไม่ตีใคร ไม่ใช่เอาไม้หรือของแข็ง ๆ ไปตีเขา
แต่ท่านไม่ให้พูดจากไม่ดีด่าว่าใส่ร้ายทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนเสียหาย 
และ "ทุกข์ใจ"
หลวงปู่บอกว่าคนดีเขาไม่ว่าใคร 
ถ้าแกไปว่าเขาแกก็จะเป็นคนไม่ดี

...............................................................................................

"น้ำตาล" อันตราย! เท่ากับ บุหรี่และเหล้า เชื่อหรือไม่ ??




ในรายงานที่ปรากฎอยู่ในวารสาร Nature นักวิจัยที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย วิทยาเขตซานฟรานซิสโกระบุว่า 
น้ำตาลโดยเฉพาะน้ำตาลปรุงแต่งซึ่งใช้ผสมในน้ำอัดลมและอาหารอีกหลายประเภทนั้น คือสาเหตุสำคัญของโรคอ้วนที่กำลังแพร่ระบาดในหมู่ประชากรอเมริกันและประชากรทั่วโลก

รายงานอีกชิ้นระบุว่าปัจจุบันมีประชากรอเมริกันน้ำหนักตัวเกินมาตรฐานมากกว่า 2 ใน 3 ในจำนวนนี้ราวครึ่งหนึ่งเป็นโรคอ้วน และประมาณ 80% ของคนที่เป็นโรคอ้วนจะป่วยเป็นโรคเบาหวานหรือมีปัญหาด้านการเผาผลาญอาหารซึ่งมีผลให้อายุสั้นลง

นอกจากนี้รายงานชิ้นหนึ่งของธนาคารโลกบอกด้วยว่าปัจจุบันปัญหาโรคอ้วนเป็นปัญหาใหญ่ในหลายประเทศและเป็นสาเหตุของโรคที่คร่าชีวิตผู้คนมากที่สุด เช่นโรคเบาหวาน โรคหัวใจและโรคมะเร็งบางประเภท

เวลานี้นักวิทยาศาสตร์ยังคงถกเถียงกันถึงผลกระทบของน้ำตาลและสารให้ความหวานที่มีต่อปัญหาโรคอ้วนและน้ำหนักตัวเกิน
แต่สิ่งหนึ่งที่นักวิจัยค่อนข้างมั่นใจคือน้ำตาลที่ปรุงแต่งขึ้นซึ่งมีสารฟรุคโทสในระดับสูง มีผลร้ายต่อสุขภาพมากกว่าน้ำตาลที่สกัดจากธรรมชาติ โดยเฉพาะผลเสียต่อตับ


นักวิจัยหลายคนมองว่าน้ำตาลเป็นสารอันตราย และแนะนำให้เก็บภาษีน้ำตาลเช่นเดียวกับภาษีบุหรี่และภาษีเหล้า รวมทั้งเสนอให้ใช้มาตรการห้ามขายเครื่องดื่มผสมน้ำตาลให้แก่เด็กอายุต่ำกว่า 17 ปี และให้ใช้กฎหมายจำกัดพื้นที่ที่สามารถขายเครื่องดื่มผสมน้ำตาลและขนมขบเคี้ยวอื่นๆโดยไม่ให้อยู่ใกล้เคียงหรือภายในเขตโรงเรียน ส่วนผู้เชี่ยวชาญบางคนแนะนำให้เก็บภาษีน้ำตาลและสารให้ความหวานตั้งแต่ระดับโรงงานผลิต เพื่อให้บริษัทต่างๆจำกัดการใช้สารให้ความหวานในสินค้าของตนให้น้อยลง

อย่างไรก็ตาม นักวิจัยบางคนบอกว่าน้ำตาลนั้นไม่ใช่ตัวการที่แท้จริงของปัญหาโรคอ้วน แต่เป็นเพราะปัจจัยอื่นๆมากกว่า เช่นไขมันอิ่มตัว แป้ง หรือแม้แต่การขาดการออกกำลังกายอย่างเพียงพอ

ลำไยนมสด



ส่วนผส

ผงวุ้น 1 ช้อนชาผงเจลาติน 1 ช้อนชา
น้ำลำไยคั้นสด 400 มิลลิลิตร
น้ำเปล่า 200 มิลลิลิตร
ใบเตยขยำให้ใบแตกมัดให้แน่น 5 ใบ
เนื้อลำไยผ่าครึ่งลูก 4-5 ผล
นมสดหรือน้ำนมถั่วเหลือง ¼ ถ้วย




วิธีทำ
  1. ละลายผงวุ้น ผงเจลาตินลงในน้ำลำไยและน้ำเปล่า ใส่ใบเตยลงต้ม ไฟปานกลาง คนส่วนผสมให้เข้ากัน พอส่วนผสมเดือดนำใบเตยออก ใส่เนื้อลำไยแล้วยกลงทันที
  2. เทใส่พิมพ์ พอส่วนผสมเย็นตัวและเป็นก้อนวุ้นดีแล้วเคาะออก จัดลงจาน ราดด้วยนมสดหรือน้ำนมถั่วเหลือง แต่งด้วยเนื้อลำไยผ่าครึ่งลูก

ไปไหนปากอย่าไว..ใจอย่าเบา..เรื่องเก่าอย่ารื้อฟื้น

เมตตาที่แท้


กุหลาบพันปี บานสะพรั่งทั้งภูหลวง ที่อำเภอภูหลวง


 อย่างช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์เป็นช่วงที่กุหลาบป่าหรือกุหลาบพันปีบานสะพรั่งในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ภูหลวง หลังจากนั้นช่วงเดือนกุมภาพันธ์ต่อเดือนเมษายน กุหลาบขาวจะบานออกดอกสวยให้เห็น ส่วนในช่วงฤดูร้อนจะเห็นสีสันไม้ป่านานาชนิด กล้วยไม้ต่าง ๆ ดอกไม้สวย  สภาพป่าสมบูรณ์ตื่นตาตื่นใจกับกล้วยไม้หลากหลายชนิด   โดยเฉพาะเอื้องสำเภางามเบ่งบาน แต่งแต้มไปตามแนวทางที่เดิน  ได้เห็นกุหลาบแดง  (กุหลาบพันปีสีแดง)  บานสะพรั่งอยู่บริเวณตัวอาคารที่พัก  สวยงามมาก   เดือนมีนาคมกุหลาบขาวจะเยอะกว่ากุหลาบแดง  เวลาบานจึงขาวโพลนเต็มภูเขาบริเวณที่พบมากที่สุดเรียกว่า   โคกพรหมจรรย์ บริเวณโคกพรหมจรรย์จะเต็มไปด้วยกุหลาบขาวล้วน ๆ  ขาวโพลนไปทั่วภูเขาหนาแน่นสวยงามมาก  เพราะมีสีขาวบริสุทธิ์นี่เองจึงเป็นที่มาของการตั้งชื่อว่า  โคกพรหมจรรย์  นั่นเอง

     
ช่วงเดือนมีนาคมดอกกุหลาบพันปีสีแดงและสีขาวที่เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง  จังหวัดเลย ผลิดอกบานสะพรั่งพร้อมกันทั่วภูหลวงอาจเป็นเพราะสภาวะอากาศที่แปรปรวนนี้เป็นตัวกำหนด  จึงทำให้ได้เห็นความสวยงามของดอกกุหลาบพันปีบานพร้อม ๆ กัน

การเดินทางขึ้นภูหลวง 



จากจังหวัดเลยไปยังที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง จากจังหวัดเลยไปตามเส้นทางสายเลย-ภูเรือ ระยะทางประมาณ 36 กิโลเมตร ถึงบ้านสามตม แล้วแยกซ้ายที่บ้านสามตมไปอีก 18 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง สำหรับผู้ที่เดินทางโดยไม่เข้าตัวจังหวัดเลย เมื่อผ่านอำเภอภูเรือไปตามเส้นทางเข้าจังหวัดเลย ระยะทางประมาร 14 กิโลเมตร จะถึงบ้านสามตม แล้วแยกขวาที่บ้านสามตมไปเป็นระยะทาง 18 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง

หงุดหงิดเพราะขาดน้ำ




ผลการศึกษาใหม่ชี้ การดื่มน้ำไม่เพียงพออาจก่ออารมณ์หงุดหงิดได้ง่ายกว่าปกติ รวมถึงมีผลต่อระบบประมวลผลในสมอง
      นิตยสาร The Journal of Nutrition ได้ตีพิมพ์ผลการศึกษาล่าสุดซึ่งนักวิจัยพบว่า ภาวะขาดน้ำในมนุษย์เป็นปัจจัยหลักในการเกิดอาการปวดหัว เหนื่อยล้า ขาดแรงจูงใจในการทำงาน และอารมณ์หงุดหงิด      การศึกษาชี้ว่า ผู้หญิงที่ขาดน้ำน้อยกว่าปกติเพียงร้อยละ 1 ได้รับผลกระทบ ได้แก่อารมณ์หงุดหงิดและอาการปวดศีรษะ       นอกจากนี้ หนังสือพิมพ์ The Huffington Post ได้อ้างอิงถึงผลการศึกษาในปี 2009 โดยนักวิจัยจาก Tufts University ว่าการขาดน้ำในร่างกาย สามารถนำไปสู่ภาวะอาการเหนื่อยล้า สับสน และอารมณ์ขุ่นมัว ซึ่งการศึกษานี้ได้ทำการศึกษานักกีฬาเพศหญิงที่อยู่ในช่วงวัยรุ่น

      ถึงแม้ว่าการศึกษาเกี่ยวกับภาวะร่างกายขาดน้ำกับผลกระทบทางอารมณ์จะทำขึ้นกับผู้หญิง แต่ผลการศึกษาสามารถนำมาใช้กับผู้ชายได้เช่นกัน และนิตยสาร TIME ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า การรักษาให้ร่างกายได้รับน้ำเพียงพอนั้น ทำได้โดยการดื่มน้ำเปล่า และงดเครื่องดื่มที่ประกอบด้วยสารคาเฟอีนหรือแอลกอฮอล์ สำหรับปริมาณน้ำเปล่าที่ควรดื่มในแต่ละวันนั้น สามารถเช็คโดยง่ายจากสีของปัสสาวะ ซึ่งเมื่อไหร่ที่สีปัสสาวะเข้มกว่าปกติ แสดงว่าร่างกายกำลังต้องการน้ำมากขึ้น